Samsung Galaxy Tab S9 FE คือแท็บเล็ตระดับกลางที่มาพร้อมปากกา S Pen ที่คุ้มที่สุดในไทยตอนนี้ ราคาประมาณ ฿13,900 จากผู้ขายในไทยที่มีประกันศูนย์ไทย คุณได้กันน้ำ IP68 จอ 90Hz และปากกาแถมในกล่อง เหมาะกับ: นักเรียน คนจดโน้ต และคนใช้ Samsung อยู่แล้ว ข้ามรุ่นนี้ถ้า: คุณอยากได้จอ AMOLED ดำสนิทซึ่งจอ LCD ตัวนี้ให้ไม่ได้
| จอแสดงผล | LCD 10.9 นิ้ว 2304×1440 90Hz |
| ชิป | Samsung Exynos 1380 |
| แรม / ความจุ | 6GB / 128GB microSD สูงสุด 1TB |
| แบตเตอรี่ | 8000mAh ชาร์จเร็ว 45W |
| ปากกา S Pen | แถมในกล่อง เก็บในช่องเครื่อง |
| มาตรฐานกันน้ำ | IP68 กันน้ำและฝุ่น |
| ราคาขายในไทย | ราว ฿13,900 |
เช็กราคา Samsung Galaxy Tab S9 FE ตอนนี้

คุ้มไหมกับราคา ฿13,900 ในไทย
สำหรับนักเรียนนักศึกษาและคนที่ชอบจดโน้ตส่วนใหญ่ตอบเลยว่าคุ้ม คิดง่ายๆแบบนี้ คุณได้ทั้งแท็บเล็ต ปากกา และการกันน้ำ IP68 ในราคาที่คู่แข่งคิดก่อนจะบวกปากกาเข้าไปด้วยซ้ำ ถ้าซื้อ Xiaomi Pad ที่ถูกกว่าคุณประหยัดตอนแรกก็จริง แต่หลังจากนั้นต้องซื้อปากกาเพิ่ม เสียการกันน้ำไป และได้อัปเดตซอฟต์แวร์น้อยลงหนึ่งถึงสองปี Tab S9 FE รวมทั้งสามอย่างไว้ในกล่องเดียว และชุดรวมนี้แหละคือเหตุผลทั้งหมดของมัน
ตัวเครื่องเป็นอะลูมิเนียม ขอบแบน ดูเรียบหรูไม่เด็ก มีสีให้เลือกทั้ง Mint, Lavender, Gray และ Graphite ไม่มีสีไหนดูเป็นพลาสติกราคาถูกเลย น้ำหนัก 523 กรัมถือว่าไม่เบามาก ผู้ใช้ในกระทู้ Pantip บอกว่าถือมือเดียวอ่านบนเตียงนานเกินยี่สิบนาทีเริ่มเมื่อย รุ่นนี้จึงเหมาะกับการถือสองมือหรือวางขาตั้งเวลาใช้ยาวๆ
งานประกอบทนน้ำริมสระและในครัวแค่ไหน
จุดนี้แหละที่ S9 FE คุ้มค่าสำหรับเมืองไทยจริงๆ ระดับการกันน้ำ IP68 เท่ากับรุ่นเรือธง Tab S9 และหายากมากในราคานี้ คู่แข่งส่วนใหญ่หยุดแค่ IP52 ซึ่งกันแค่น้ำกระเซ็น ผู้ใช้หลายคนเล่าว่าวางไว้บนเคาน์เตอร์บาร์เปียกๆริมสระหรือตั้งข้างหม้อที่กำลังเดือดในครัวได้สบายไม่ต้องกังวล ในหน้าฝนของไทย แท็บเล็ตที่รอดจากน้ำหกบนโต๊ะคือความสบายใจจริง ไม่ใช่แค่ตัวเลขในสเปก
เรายังไม่ได้ทดสอบเครื่องนี้ด้วยตัวเอง รีวิวนี้อ้างอิงจากรายงานผู้ใช้จริงในไทย กระทู้ Pantip และรีวิวระยะยาวที่ตรวจสอบแล้ว
ปากกา S Pen เสียบเก็บในช่องด้านล่างของเครื่องและอยู่กับที่ ไม่มีแม่เหล็กให้หลุดและไม่มีอะไรให้ทำหาย แม้จะไม่ใช่ S Pen Pro แบบบลูทูธ แต่สำหรับเขียนโน้ตและมาร์กไฟล์ PDF ก็ลื่นเป็นธรรมชาติ ความหน่วงต่ำพอที่เส้นจะตามมือทัน
ชิป Exynos 1380 รับงานได้แค่ไหน
Exynos 1380 เป็นชิปใช้งานประจำวัน ไม่ใช่ชิปเล่นเกมหนัก เปิดเว็บ พิมพ์งาน Google Docs จด Samsung Notes ดู Netflix และแบ่งจอทำหลายอย่างพร้อมกันลื่นหมด ผู้ใช้รุ่นแรม 6GB เปิดเบราว์เซอร์ ไฟล์ PDF และ Notes พร้อมกันได้โดยไม่กระตุก จอ LCD 90Hz ทำให้การเลื่อนหน้าและลากปากกาลื่นไหล แม้จะไม่ใช่ 120Hz แบบเรือธงก็ตาม
จุดที่หลายคนคิดไม่ถึงคือ ชิปที่ดูอ่อนบนกระดาษกลับเป็นตัวที่ผู้ซื้อส่วนใหญ่ไม่เคยใช้งานหนักพอจะรู้สึกถึงข้อจำกัด เกม Genshin Impact ตั้งกราฟิกสูงเฟรมตก และเกม 3D หนักๆต้องลดมากราฟิกกลางถึงจะลื่น แต่ตัวนักเรียนที่พิมพ์รายงานและสตรีมเลกเชอร์ไม่มีทางแตะเพดานนั้น คนที่บ่นเรื่อง Exynos มักเป็นคนที่ซื้อแท็บเล็ตผิดประเภทไปเล่นเกม สำหรับเรียน จดโน้ต และดู Netflix มันไม่เคยรู้สึกช้าเลย
จอ LCD ขนาด 10.9 นิ้วคือการประนีประนอมที่ตรงไปตรงมา ความละเอียด 2304×1440 และสว่างพอสำหรับระเบียงคอนโดกรุงเทพกลางแดด สีสันดีแต่ไม่จัดจ้านเท่าเรือธง ในห้องมืดสีดำจะออกเทาเข้มไม่ดำสนิทแบบ AMOLED ของ Tab S9 ในห้องที่มีไฟดู Netflix สวยมาก แต่ถ้าดูหนังปิดไฟช่องว่างกับ AMOLED จะเห็นชัด
แบตอึดแค่ไหน และ DeX ใช้ได้จริงไหม
แบตคือไพ่เด็ดของรุ่นนี้ แบต 8000mAh ให้การใช้งานผสมทั้งเรียน สตรีม และจดโน้ตจริงๆราว 12 ถึง 14 ชั่วโมง ใช้ได้เต็มวันเรียนหรือวันทำงานในชาร์จเดียว ซึ่งสำคัญถ้าคุณนั่ง BTS ไปทำงานแล้วค่อยชาร์จตอนกลางคืน ชาร์จเร็ว 45W เติมถึงประมาณ 80% ในราว 70 นาที ในกล่องไม่มีหัวชาร์จมาให้ ต้องเผื่อซื้อหัว USB-C PD จาก Samsung หรือ Anker เพิ่ม
Samsung DeX เปลี่ยนแท็บเล็ตให้เป็นหน้าตาแบบเดสก์ท็อปที่ปรับขนาดหน้าต่างได้ จับคู่กับคีย์บอร์ดบลูทูธก็จัดการอีเมล เอกสาร และงานสเปรดชีตเบาๆได้ มันแทนโน้ตบุ๊กสำหรับงานหนักไม่ได้ แต่สำหรับนั่งเขียนงานในคาเฟ่ที่เชียงใหม่ถือว่าเป็นเครื่องสำรองที่ใช้ได้จริง และคำสัญญาอัปเดต OS สี่ปีทำให้เครื่องนี้ทันสมัยไปอีกนานเกินประกัน
เทียบกับ iPad และ Tab S9 ตัวเต็มเป็นอย่างไร
Apple iPad รุ่นที่ 10 ชิป A14 ราคาราว ฿13,900 แรงกว่าในด้านประสิทธิภาพดิบและการเล่นเกม แต่ไม่แถมปากกามาให้ และ Apple Pencil ต้องจ่ายเพิ่มอีก ฿3,900 ขึ้นไป สำหรับคนใช้อีโคซิสเต็ม Samsung และคนจดโน้ตที่อยากได้ปากกาในกล่อง S9 FE ชนะเรื่องความคุ้ม ส่วน iPad รุ่นใหม่ชิป A16 ราคายิ่งสูงขึ้นไปอีก
Samsung Galaxy Tab S9 ตัวที่ไม่ใช่ FE ขยับไปราว ฿19,990 ได้จอ AMOLED และชิป Snapdragon ที่เร็วกว่า ถ้าช่องว่างเรื่องจอในห้องมืดรบกวนใจ นี่คือทางอัปเกรด ส่วน Xiaomi Pad 6 หรือ Pad 7 ราว ฿10,990 ให้จอรีเฟรชสูงคมกว่าในราคาถูกกว่า แต่ตัด IP68 ปากกาแถม และการอัปเดตยาวๆของ Samsung ออกไป Lenovo Tab P12 เป็นตัวเลือกจอใหญ่ดูหนัง ส่วน Samsung Tab A9+ รุ่นเก่าเป็นพื้นราคาประหยัดที่แรงน้อยกว่าและไม่กันน้ำ
- แถมปากกา S Pen ในกล่อง ไม่ต้องจ่ายค่า Apple Pencil ฿3,900 เพิ่ม
- กันน้ำ IP68 รอดริมสระและในครัว หายากในราคาต่ำกว่า ฿15,000 ในไทย
- แบตอึดจริง 12 ถึง 14 ชั่วโมง ใช้เต็มวันนั่ง BTS ในชาร์จเดียว
- อัปเดต OS สี่ปี ทำให้ทันสมัยไปนานเกินประกัน
- ช่อง microSD ขยายจาก 128GB ได้ถึง 1TB
- จอ LCD ดำออกเทา ไม่ดำสนิท ดูหนังปิดไฟแพ้ AMOLED ของ Tab S9
- Exynos 1380 เฟรมตกใน Genshin Impact กราฟิกสูง
- ในกล่องไม่มีหัวชาร์จ ต้องเผื่อซื้อหัว USB-C PD 45W แยก
ควรซื้อ Samsung Galaxy Tab S9 FE ไหม
ซื้อเลยถ้าคุณเป็นนักเรียน คนจดโน้ต หรือคนทำงานที่อยากได้ปากกา S Pen และอีโคซิสเต็ม Samsung โดยไม่ต้องจ่าย ฿20,000 เพื่อ S9 การรวมกันน้ำ IP68 ปากกาแถม และแบต 12 ชั่วโมงในราคาราว ฿13,900 พร้อมประกันไทยคือความคุ้มที่ชัดที่สุดในกลุ่มแท็บเล็ตระดับกลางตอนนี้ และยังเป็นจอดู Netflix กับ YouTube ที่ดีในห้องมีไฟอีกด้วย
ข้ามไปได้ถ้าคุณเป็นเกมเมอร์สายหนักที่ต้องการเกม 3D ลื่นกราฟิกสูง ตรงนั้นชิปของ iPad นำหน้า และข้ามไปถ้าคุณอยากได้ AMOLED จริงๆ ตรงนั้น Samsung Galaxy Tab S9 ตัวเต็มราคา ฿19,990 คือคำตอบ สำหรับคนอื่นในไทย รุ่นนี้คือแท็บเล็ตที่ยากจะหาคู่แข่งมาล้ม
เช็กราคา Samsung Galaxy Tab S9 FE ตอนนี้
อ่านเพิ่มเติม: แท็บเล็ตที่ดีที่สุดในไทย 2026 และ รีวิว Samsung Galaxy S24 สำหรับมือถือที่เข้าชุดกัน







