HyperX Cloud II Wireless คือหูฟังเกมไร้สายที่คุ้มค่าที่สุดในงบไม่เกิน ฿4,500 ในไทยตอนนี้ ราคา ฿3,490–฿4,490 บน Lazada คุณได้ระบบเสียงเซอร์ราวด์เสมือน 7.1 ช่อง แบตเตอรี่ใช้งานได้จริงกว่า 20 ชั่วโมง และดองเกิล USB-A ที่ต่อเข้าพีซีหรือ PS4 ได้เลยโดยไม่ต้องติดตั้งอะไรเพิ่ม ถ้าคุณเล่นเกมอยู่ที่โต๊ะในคอนโดกรุงเทพและอยากตัดสายโดยไม่จ่ายเงินเกิน ฿6,000 นี่คือหูฟังที่ควรเลือก
| ขนาดไดรเวอร์ | 53mm custom neodymium |
| ช่วงความถี่ | 15Hz–20,000Hz |
| เสียงเซอร์ราวด์เสมือน | 7.1 (ต้องใช้ดองเกิล USB-A) |
| อายุแบตเตอรี่ | สูงสุด 30 ชั่วโมง |
| ระยะไร้สาย | 20 เมตร (แบบไม่มีสิ่งกีดขวาง) |
| ไมโครโฟน | ถอดออกได้ ตัดเสียงรบกวน |
| น้ำหนัก | 300g |
| ใช้งานได้กับ | PC, PS4, PS5 (ผ่านดองเกิล USB-A) |
| ราคา Lazada ไทย | ฿3,490–฿4,490 |
คุณภาพการสร้างและความสบายใส่นาน
จับ Cloud II Wireless ขึ้นมาครั้งแรก รู้สึกได้ทันทีว่ามันดูแข็งแรงกว่าราคาที่จ่ายไป เฟรมอลูมิเนียมวิ่งตลอดแนวสายหู ฟองน้ำ memory foam หุ้มหนัง faux leather รอบหูทั้งสองข้าง และข้อต่อก้านหูหมุนได้โดยไม่มีเสียงดังเอี๊ยด น้ำหนัก 300 กรัมอยู่ในขั้นหนักกว่าค่าเฉลี่ยของหูฟังไร้สายในระดับราคานี้ แต่ HyperX กระจายน้ำหนักผ่านแผ่นรองสายหูได้ดีจนไม่รู้สึกกดหัวมากเกินไป
เราใส่ Cloud II Wireless ในเซสชั่นเล่นเกมยาวๆ ตั้งแต่ต้นค่ำจนดึก ฟองน้ำ memory foam ค่อยๆ ปรับรูปร่างให้พอดีกับหูใน 30 นาทีแรก แรงกดข้างก็แน่นพอที่จะไม่หลุด แต่ไม่บีบจนเจ็บ ปัญหาเดียวที่มีจริงๆ คือความร้อนสะสมจากหนัง faux leather ในคืนที่แอร์ตั้ง 26–28°C ใส่เกิน 2 ชั่วโมงแล้วเริ่มรู้สึกร้อนขึ้นรอบหู แต่นี่เป็นสิ่งที่เกิดกับหูฟังปิดหูเกือบทุกยี่ห้อในราคานี้ ไม่ใช่ปัญหาเฉพาะของ HyperX
ไมโครโฟนถอดออกได้ เสียบเข้าช่องที่หูซ้ายผ่านขั้วต่อของ HyperX โดยเฉพาะ และดึงออกได้ด้วยมือเดียว บูมยืดหยุ่นได้ดี ปรับตำแหน่งให้ใกล้ปากได้ตามต้องการ สิ่งที่ขาดไปที่น่าเสียดายคือไม่มีช่อง 3.5mm บนตัวหูฟัง ถ้าทำดองเกิลหาย หูฟังตัวนี้ใช้งานไม่ได้เลย
คุณภาพเสียงและระบบเสียงเซอร์ราวด์ 7.1
ไดรเวอร์ 53mm ของ Cloud II Wireless ใหญ่กว่าหูฟังเกมทุกตัวในราคาเดียวกันบน Lazada ไทย และฟังแล้วรู้สึกได้จริง เสียงเบสในเกมอย่าง Valorant และ ROV มีน้ำหนักโดยไม่กลบเสียงกลางหรือเสียงสูง เสียงฝีเท้าบนพื้นผิวต่างๆ ในเกมยิงเชิงกลยุทธ์แยกแยะได้ชัด และที่ระดับเสียงสูง Cloud II Wireless ยังคงฟังสะอาดอยู่ ไม่แตกพร่าอย่างหูฟังไดรเวอร์ 40mm ราคาถูกกว่า
สำหรับการฟังเพลงหรือการใช้งานทั่วไป โปรไฟล์เสียงของตัวนี้ค่อนข้าง V-shaped คือเสียงเบสและเสียงสูงเด่น เสียงกลางถอยหลังเล็กน้อย นั่นเป็นการจูนเสียงที่ตั้งใจสำหรับเกมโดยเฉพาะ ถ้าคุณใช้หูฟังตัวเดียวทั้งเล่นเกมและฟังเพลงแนว vocal เสียงอาจดูประดิษฐ์ไปนิด แต่สำหรับเกมเมอร์ล้วนๆ มันเหมาะมาก
ระบบ 7.1 เสมือนต้องใช้ดองเกิล USB-A และทำงานบน PC กับ PS4/PS5 บนพีซีใช้ผ่านซอฟต์แวร์ NGENUITY ของ HyperX เปิดแล้วสเตจเสียงกว้างขึ้นชัดเจน ช่วยระบุตำแหน่งศัตรูในเกม open-world และ MMO ได้ดี แต่ในเกม FPS ที่ต้องการความแม่นยำสูง บางคนชอบปิด 7.1 ไว้เพราะการประมวลผลหนักเกินทำให้ positional audio แย่ลงเล็กน้อย สามารถสลับได้ด้วยปุ่มที่หูซ้ายโดยไม่ต้องเปิดซอฟต์แวร์
คุณภาพไมโครโฟนบน Discord และ TeamSpeak
ไมค์ condenser ถอดออกได้ตัวนี้ดีกว่าไมค์ที่มาพร้อมหูฟังราคาเดียวกันส่วนใหญ่ ในการคุยบน Discord เราทดสอบโดยเปิดแอร์ไว้ห่างประมาณ 2 เมตร ระบบตัดเสียงรบกวนของไมค์ตัดเสียงเครื่องปรับอากาศออกได้ในระดับที่ยอมรับได้ ทีมที่คุยด้วยบอกว่าได้ยินเสียงชัด แต่ไม่ถึงกับไม่ได้ยินเสียงแบ็คกราวด์เลยถ้าตั้งใจฟัง
สำหรับการสตรีมหรือสร้างคอนเทนต์บน Facebook Gaming หรือ YouTube ไมค์ตัวนี้ใช้ได้แต่ไม่ถึงขั้นระดับมืออาชีพ ไม่มีปุ่มปรับ gain บนตัวหูฟัง ถ้าจริงจังกับการสตรีมควรลงทุนไมค์ตั้งโต๊ะแยกต่างหาก แต่สำหรับโซน Discord 6 คนและการแข่ง TeamSpeak ธรรมดา ไมค์ตัวนี้ทำหน้าที่ได้ครบ
อายุแบตเตอรี่ 30 ชั่วโมง ความจริงคืออะไร
HyperX โฆษณาว่าแบตอยู่ได้ 30 ชั่วโมง แต่ในการใช้งานจริงคือเล่นเกมที่ระดับเสียงปานกลางและเปิด 7.1 ไว้ด้วย เราได้ประมาณ 22–25 ชั่วโมงก่อนที่สัญญาณแบตเตอรี่ต่ำจะดัง ถ้าเปิด 7.1 แต่ลดระดับเสียงลงจะได้ประมาณ 26–28 ชั่วโมง และถ้าปิด 7.1 พร้อมลดเสียงลงไปอีกได้ใกล้ 30 ชั่วโมงจริง
สำหรับคนที่เล่นเกมวันละ 3–5 ชั่วโมง นั่นหมายความว่าชาร์จแบตทุก 4–5 วัน เทียบกับ SteelSeries Arctis Nova 3 ที่ได้ประมาณ 22 ชั่วโมงไร้สาย Cloud II Wireless ชนะชัดเจนในมิตินี้
จุดที่ต้องพูดถึงคือชาร์จผ่าน Micro-USB ไม่ใช่ USB-C ในปี 2026 ที่ทุกอย่างใช้ USB-C แล้ว การต้องหาสาย Micro-USB มาสำรองไว้เป็นเรื่องน่าหงุดใจ ถ้าใช้แล็ปท็อป โทรศัพท์ และอุปกรณ์อื่นๆ ล้วนเป็น USB-C ควรเก็บสายสำรองไว้ที่โต๊ะเสมอ ชาร์จเต็มจากแบตหมดใช้เวลาประมาณ 4.5 ชั่วโมง
ดองเกิล USB-A เทียบกับ Bluetooth ต่างกันอย่างไร
Cloud II Wireless ไม่มี Bluetooth เลย HyperX ใช้ดองเกิล 2.4GHz USB-A แทน และมีเหตุผลที่ชัดเจนคือ Latency: Bluetooth ใช้เวลา 80–200ms ขึ้นอยู่กับ codec ซึ่งรู้สึกได้ชัดในเกมที่ต้องการการตอบสนองแบบ real-time ดองเกิล USB-A ของ HyperX ทำงานที่ต่ำกว่า 10ms ซึ่งแทบจะไม่รู้สึกว่ามีดีเลย์เลย
ข้อเสียในทางปฏิบัติคือหูฟังตัวนี้ใช้ได้เฉพาะที่โต๊ะเท่านั้น ต่อโทรศัพท์ไม่ได้ ต่อทีวีไม่ได้ (ถ้าไม่มี USB-A adapter) ถ้าคุณอยากใช้หูฟังตัวเดียวทั้งเล่นเกมและฟังเพลงบน BTS หรือ MRT Cloud II Wireless ไม่ใช่สิ่งที่คุณต้องการ มันเป็นหูฟังเกมโต๊ะโดยเฉพาะ
ดองเกิลมีขนาดเล็กพอๆ กับ USB flash drive เสียบ USB-A พอร์ตบนพีซีหรือ PS4 ได้โดยตรง ระยะครอบคลุมประมาณ 15–18 เมตรเมื่อมีกำแพงกั้น ซึ่งเพียงพอสำหรับคอนโดส่วนใหญ่ในกรุงเทพที่มีการตั้ง setup อยู่ที่โต๊ะเดียว
เทียบกับ SteelSeries Arctis Nova 3 ในตลาดไทย
SteelSeries Arctis Nova 3 คือคู่แข่งหลักในราคาใกล้เคียงกันที่คนในไทยมักพิจารณาควบคู่กัน เราเขียนรีวิว Arctis Nova 3 ไปแล้วอย่างละเอียด สรุปสั้นๆ คือ Nova 3 ให้คุณภาพเสียงดนตรีที่ดีกว่าและดีไซน์ที่ทันสมัยกว่า ส่วน Cloud II Wireless ชนะด้านอายุแบตเตอรี่และขนาดไดรเวอร์
อ่านรายละเอียดเปรียบเทียบได้ที่: SteelSeries Arctis Nova 3 รีวิวไทย ซึ่งครอบคลุมการเปรียบเทียบในทุกหมวดที่เกี่ยวข้อง
ที่ราคา Lazada ไทยปัจจุบัน Cloud II Wireless อยู่ที่ ฿3,490–฿4,490 และ Arctis Nova 3 อยู่ที่ ฿3,990–฿4,990 ขึ้นอยู่กับช่วงเวลาและโปรโมชั่น ทั้งสองตัวอยู่ในงบเดียวกัน แต่ Cloud II Wireless มักถูกกว่าและมีไดรเวอร์ใหญ่กว่า ถ้าใช้สำหรับเกมคอมพิวเตอร์โดยเฉพาะ Cloud II Wireless คุ้มค่ากว่า
สำหรับภาพรวมของหูฟังเกมทุกระดับราคาในไทย ดูได้ที่: 5 หูฟังเกมมิ่งที่ดีที่สุดในไทย 2026
- ไดรเวอร์ 53mm ให้เสียงเบสหนักแน่นและเสียงสูงสะอาดกว่าคู่แข่ง 40mm ในราคาเดียวกัน
- อายุแบตเตอรี่จริงในการใช้งาน 22–25 ชั่วโมง ดีกว่าหูฟังส่วนใหญ่ในช่วงราคานี้
- ดองเกิล 2.4GHz latency ต่ำกว่า 10ms เหมาะกับการแข่งขัน
- เฟรมอลูมิเนียมและ memory foam ทนทานกว่าที่ราคาบอก
- ไมค์ถอดออกได้ตัดเสียงรบกวนได้จริงในการใช้งาน Discord
- ชาร์จผ่าน Micro-USB ในปี 2026 ถือว่าล้าสมัย — ไม่มี USB-C
- ไม่มี Bluetooth หมายความว่าใช้ได้เฉพาะที่โต๊ะ ไม่มีดองเกิล = ใช้ไม่ได้
- หนัง faux leather ทำให้หูร้อนสะสมระหว่างเล่นในอากาศร้อนกรุงเทพเกิน 2 ชั่วโมง
เหมาะกับใคร
ซื้อเลยถ้าคุณเล่นเกมที่โต๊ะนานกว่า 3 ชั่วโมงต่อเซสชั่นและอยากตัดสายโดยไม่ต้องจ่ายเกิน ฿6,000 แบตจะอยู่นานกว่าทุกเซสชั่นที่คุณจะเล่น เสียงเซอร์ราวด์ 7.1 ช่วยให้ได้เปรียบจริงในเกมที่ใช้เสียงระบุทิศทาง และงานสร้างทนทานพอสำหรับการใช้งานทุกวัน
ไม่เหมาะถ้าคุณต้องการหูฟังตัวเดียวที่ใช้ได้ทั้งเล่นเกมและฟังเพลงบนรถไฟฟ้า หรือต่อโทรศัพท์ได้ ไม่มี Bluetooth ไม่มีช่อง 3.5mm และไม่มีโหมดมือถือ ถ้าต้องการหูฟังที่ยืดหยุ่นกว่าและใช้ Bluetooth ได้ด้วย ให้ดู SteelSeries Arctis Nova 3 หรือรอจนมีงบ ฿6,000+ แล้วมองหูฟังเกมระดับบน
สำหรับนักเล่น PS5 โดยเฉพาะ ลองดูรายการ อุปกรณ์เสริมคอนโซลที่ดีที่สุดในไทย 2026 ด้วย Cloud II Wireless อยู่ในลิสต์นั้นพร้อมตัวเลือกอื่นที่เข้ากันได้ดีกับ Sony 3D Audio
บทสรุป
ที่ราคา ฿3,490–฿4,490 บน Lazada ไทย HyperX Cloud II Wireless คือหูฟังเกมไร้สายที่คุ้มค่าที่สุดในช่วงราคานี้ ไดรเวอร์ 53mm แบตอยู่จริงกว่า 20 ชั่วโมง และดองเกิล 2.4GHz latency ต่ำ ให้สเปคที่ยี่ห้ออื่นต้องคิดราคาสูงกว่ามาก ชาร์จ Micro-USB เป็นข้อเสียที่แท้จริงข้อเดียว และการไม่มี Bluetooth หมายความว่านี่คือหูฟังสำหรับโต๊ะเท่านั้น สำหรับนักเล่นเกม PC และ PS4/PS5 ที่เล่นนาน ตัวนี้ตอบโจทย์






